HISO-สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
[ วันที่ 21/09/2555 ]
คอลัมน์ แนวโน้ม: สำรวจการฆ่าตัวตาย วัยรุ่นตะวันออกเฉียงเหนือ สูงสุด

 นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเนื่องในวาระ "วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก" อันตรงกับวันที่ 10 กันยายน ว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายสามารถป้องกันได้ ทั้งนี้ พบว่าแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายทั่วโลก 1 ล้านคน หรือเฉลี่ย 1 คนในทุกๆ 40 วินาที
          และจะส่งผลต่อคนรอบข้างผู้ตายอีก 10-20 ล้านคน
          สำหรับประเทศไทย แต่ละปีมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า 3,500 คน และปีล่าสุด 2554 มีคนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากถึง 3,873 คน คิดเป็น 6.03 รายต่อประชากรแสนคน และสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอัตราฆ่าตัวตายอยู่ที่ 5.9 รายต่อประชากรแสนคน
          สถานการณ์ฆ่าตัวตายที่น่าเป็นห่วง เมื่อวิเคราะห์ตามกลุ่มช่วงอายุ พบว่า กลุ่มวัยรุ่นน่าเป็นห่วงที่สุด โดยระหว่างปี 2550-2554 มีวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 852 คน หรือเฉลี่ย 170 คนต่อปี
          เฉพาะปี 2554 วัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 3.43 รายต่อประชากรแสนคน โดยวัยรุ่นชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าวัยรุ่นหญิง 3 เท่า แต่วัยรุ่นหญิงจะพยายามทำร้ายตัวเองมากกว่าวัยรุ่นชายเป็น 3 เท่าเช่นกัน
          จากสถิติพบว่า ร้อยละ 51.1 ของวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายอยู่ในช่วงระหว่างศึกษา ร้อยละ 25.1 ไม่ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษา และประกอบอาชีพรับจ้างและเกษตรกรรม
          โดยรูปแบบการฆ่าตัวตายมักเกิดแบบกะทันหันเมื่อพบภาวะวิกฤตมากกว่าเกิดจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น ปัญหาการเรียน ปัญหาความรัก โดยพบว่า ร้อยละ 16.8 ที่ฆ่าตัวตายจะมีประวัติเคยทำร้ายตัวเองมาก่อน
          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นมากกว่าภาคอื่นๆ จังหวัดที่มีวัยรุ่นฆ่าตัวตายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี เชียงราย และเชียงใหม่
          วัยรุ่นเขต กทม. มีอัตราการฆ่าตัวตายคิดเป็นร้อยละ 2.9 ของวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายทั้งหมด