HISO-สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
หนังสือพิมม์แนวหน้า [ วันที่ 04/01/2556 ]
5 พฤติกรรมที่ฆ่าชีวิตคนไทย

ผ่านพ้นปีเก่า 2555 ย่างเข้าสู่ฤดูกาลปีใหม่ 2556 อย่างหมาดๆ น่าชื่นชมหลายหน่วยงานที่ดูแลประชาชนให้มีความสุขในเทศกาลปีใหม่นี้อย่างเต็มที่


          ปีใหม่นี้ดูเหมือนว่าหลายหน่วยงานจะรณรงค์ ในเรื่องสุขภาพ ดูได้จากกระเช้าของขวัญปีใหม่ ที่ไม่มีอบายมุข หรือเหล้าเข้าไปเป็นตัวชูโรง ผมถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ชักจูงคนนำไปสู่การเลิกอบายมุข


          ปีใหม่นี้มีสิ่งดีๆ มาฝากกันเพื่อช่วยถนอมสุขภาพของท่านผู้อ่านให้อยู่อย่างยั่งยืน มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่


          โดยได้อ้างอิงถึงรายงานภาระโรคของโลกล่าสุด ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ลานเชท เดือนธันวาคม ที่พบว่า โรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 34.5 ล้านคนทั่วโลก คิดเป็นเกือบสองในสามของจำนวน ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 52.8 ล้านคน ในปี พ.ศ.2553 โดยห้าอันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตได้แก่ ความดันโลหิตสูง 9.4 ล้านคน ยาสูบ 6.3 ล้านคน การดื่มสุรา 5 ล้านคน การขาดการออกกำลังกายและการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม 12.5 ล้านคน รายงานชี้ให้เห็นถึงขนาดของปัญหาโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพประชากรของโลกและกระทบถึงการพัฒนา อันเป็นสาเหตุที่สหประชาชาติได้มีการจัดประชุม สุดยอดผู้นำประเทศเพื่อถกการแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อเมื่อปีที่แล้ว


          ดร.กนิษฐา บุญธรรมเจริญ หัวหน้าโครงการวิจัยภาระโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยตัวเลขคนไทยที่เสียชีวิต พ.ศ.2552 ว่าจากโรคความดันโลหิตสูง 86,882 คน ยาสูบ 50,710 คน การดื่มสุรา 22,672 คน การขาดการออกกำลังกาย และการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม 31,743 คน รวมเป็นจำนวน 192,007 คน จากจำนวนคนไทยที่เสียชีวิตทั้งหมด 430,652 คน หรือ 44.5% ในปีเดียวกัน


          ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มการ เสียชีวิตของคนไทยจากโรคที่เป็นผลจาก 5 พฤติกรรมอันได้แก่ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การขาดการออกกำลังกายและการกินอาหาร ที่ไม่เหมาะสม จะยังคงสูงต่อไป เนื่องจากพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคทั้ง 5 ยังคงสูงมาก


          โดยคนไทยที่มีความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีถึง 11 ล้านคน ชายไทยยังสูบบุหรี่ถึง 42% ดื่มสุรา 60% การออกกำลังไม่เพียงพอถึงกว่าครึ่ง ทานผักผลไม้ไม่เพียงพอถึง 70% และแม้แต่ผู้ป่วยเบาหวาน ชายยังสูบบุหรี่ถึง 37% และความดันโลหิตสูงยังสูบบุหรี่ 31% ตนจึงขอสนับสนุน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ปีงบประมาณ 2556 จะให้กระทรวงสาธารณสุขเน้นการปรับพฤติกรรมของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานให้ลดการบริโภคสุรา-ยาสูบ เพิ่มการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารที่เหมาะสม