HISO-สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
ผู้จัดการรายวัน [ วันที่ 16/09/2557 ]
คนใช้สิทธิการตายไม่ถึง1%
  ASTVผู้จัดการรายวัน - คนทำพินัยกรรมชีวิตปฏิเสธการรักษามีไม่ถึง 1% สช.ชี้ "หมอ-ผู้ป่วย-ญาติ" ยังไม่เข้าใจ แนะหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย เพื่อลดปัญหาฟ้องร้อง
          นพ.อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)  กล่าวในงานสัมมนา "พินัยกรรมชีวิต : สิทธิในการตาย" ว่า แพทย์ ผู้ป่วย และญาติยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ ทำให้เกิดปัญหาในการรักษาผู้ป่วย เช่น แพทย์ไม่ทำตามเจตนารมณ์การปฏิเสธการรักษาของผู้ป่วยเนื่องจากมองว่าผู้ป่วยไม่มีความรู้ทางการแพทย์จึงไม่สามารถตัดสินใจเรื่องสุขภาพของตัวเองได้ จนกลายเป็นสิทธิเหนือผู้ป่วย ทั้งที่จริงๆ แล้วผู้ป่วยมีสิทธิในร่างกายของตัวเอง ส่วนญาติที่ไม่ทำตามเจตนารมณ์ แต่ให้แพทย์ยื้อชีวิตของผู้ป่วยไว้ส่วนหนึ่งเกิดจากเรื่องความกตัญญูและอาจถูกสังคมตีตราว่าไม่ดูแลบุพการีได้ เป็นต้น ดังนั้น แพทย์ต้องให้ข้อมูลที่แท้จริงกับผู้ป่วยและญาติเพื่อประกอบการตัดสินใจ และลดความขัดแย้งลง
          ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้สิทธิในการตายของพินัยกรรมชีวิต ถือเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่  พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน อายุรแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ไม่ถือเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากผู้ป่วยรู้ดีว่ารักษาต่อไปก็ไม่หายและต้องเสียชีวิต แต่ต้องเป็นการจากไปอย่างธรรมชาติ
          ด้าน ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนทำพินัยกรรมชีวิตเพื่อปฏิเสธการรักษาไม่ถึง 1%  โดยคนที่ทำมักเป็นผู้ที่มีฐานะ มีความรู้ความเข้าใจ เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน ส่วนที่เหลือยังไม่มีความเข้าใจ เพราะมองว่าระบบการรักษาของไทยเป็นการรักษาฟรีต้องรักษาอย่างถึงที่สุด และจะมองว่าแพทย์ต้องการประหยัดค่ารักษา แม้ผู้ป่วยจะปฏิเสธการรักษาไว้ก็ตาม แพทย์ก็ไม่กล้าทำ เพราะกลัวถูกฟ้องร้องเนื่องจากญาติไม่เข้าใจ แพทย์เจ้าของไข้จะต้องพิจารณาว่าถึงวาระสุดท้ายในชีวิตหรือไม่ ดังนั้น จึงควรมีการตั้งคณะกรรมการจริยธรรมในโรงพยาบาลเช่นต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพิจารณาว่าถึงวาระสุดท้ายแล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องได้