HISO-สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
หนังสือพิมม์มติชน [ วันที่ 05/04/2555 ]
คร.เตือนรับมือไข้หวัดใหญ่ อากาศเปลี่ยนอย่าเดินฝ่าฝน

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดี กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า อากาศ มีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพราะบางครั้งอาจเกิดพายุฝน ทำให้อากาศเย็นลง และสลับอากาศร้อนถึงร้อนจัด ซึ่งหากร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ต้องระมัดระวังการเจ็บป่วยเป็นพิเศษ และโรคสำคัญที่ต้องระวังในช่วงนี้ คือ โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่ 1 มกราคม-25 มีนาคม 2555 พบผู้ป่วย จำนวน 8,389 ราย อัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ 29.33 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา ภาคเหนือ 18.78 ต่อประชากรแสนคน คำแนะนำสำหรับประชาชน ไม่ควรเดินฝ่าสายฝนในขณะเกิดฝนตก ควรจัดเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ หากมีอากาศเย็นลง ควรเตรียมเสื้อผ้าและผ้าห่มกันหนาว เตรียมยารักษาโรคเรื้อรังที่จำเป็น รักษาความอบอุ่นของร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
          นพ.พรเทพกล่าวอีกว่า สำหรับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ มักจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูกไหล อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 5-7 วัน ผู้ที่กำลังป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ห้ามออกกำลังกายหรือทำงานหนัก เนื่องจากอาจทำให้อาการทรุดลงจากการติดเชื้อลงที่ปอดได้ และหากมีอาการป่วยจากไข้หวัดใหญ่รุนแรง เช่น มีไข้สูงและไข้ไม่ลดลงภายใน 2 วัน มีอาการไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หอบเหนื่อย ซึม หากเป็นเด็กจะร้องไห้งอแงมาก กินอาหารไม่ได้หรือกินได้น้อย อาเจียน ท้องเสีย ต้องรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที
          นพ.พรเทพกล่าวต่อว่า อากาศที่ร้อน ถึงร้อนจัดในบางช่วงเวลานั้น พบว่าแต่ละวันอุณหภูมิช่วงกลางวันเวลาประมาณ 13.00 น. ถึง 16.00 น. จะเป็นช่วงที่อุณหภูมิอากาศ ร้อนที่สุด โดยเฉพาะเวลาประมาณ 14.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน ประชาชนอาจได้รับความร้อนมากจนเกินไปและเกิดภาวะขาดน้ำ เสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) อาจ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเกิดโรคลมแดดมี 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.เด็กแรกเกิดถึงอายุ 4 ขวบ 2.ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 3.ผู้ที่ เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมาก 4.คนป่วยหรือผู้ทานยาเป็นประจำ 5.ผู้ที่ต้องทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ และ 6.ผู้ที่ดื่มสุราหรือเบียร์ในขณะที่มีสภาพอากาศร้อน จะปัสสาวะบ่อยเพื่อขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ทำให้เสียน้ำและเกลือแร่ตามไปด้วย
          "สำหรับการป้องกันอันตรายจากอากาศร้อน คือ เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยดื่มน้ำ 1-2 ลิตรต่อวัน สวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายความร้อนได้ดี ใช้โลชั่นกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 ขึ้นไปก่อนออกจากบ้าน" นพ.พรเทพกล่าว