HISO-สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
หนังสือพิมม์ข่าวสด [ วันที่ 21/03/2559 ]
รู้ทันกับ ?เบาหวานขณะตั้งครรภ์?

เบาหวานขณะตั้งครรภ์  คือเบาหวานประเภทหนึ่งซึ่งพบระหว่างการตั้งครรภ์  พบได้บ่อยในคุณแม่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่น อายุมาก อ้วน มีประวัติคลอดทารกหนักเกิน 4,000 กรัม มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือมีประวัติทารกเสียชีวิตในครรภ์   มักเกิดในช่วงอายุครรภ์ตั้งแต่ 24 สัปดาห์ เป็นภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรก ซ้อนที่เกิดขึ้นได้ทั้งในมารดาและทารก

เบาหวานมีสาเหตุจากอะไร

โดยปกติแล้วอาหารที่เรารับประทานจะถูกกระเพาะและลำไส้ย่อยสลายจนได้น้ำตาล น้ำตาลจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด เพื่อให้อวัยวะต่างๆดูดซึมนำไปใช้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย โดยอาศัยฮอร์โมนที่ชื่อว่า “อินซูลิน”  ที่หลั่งมาจากตับอ่อน  ในภาวะปกติตับอ่อนสามารถหลั่งอินซูลินได้เพียงพอ ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดถูกดูดซึมเข้าสู่อวัยวะต่างๆอย่างสมดุล แต่ในคนที่เป็นเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเนื่องจากตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือเกิดจากการที่อวัยวะต่างๆไม่ตอบสนองต่ออินซูลินจึงดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้น้อยกว่าปกติ และทำให้มีน้ำตาลคั่งในกระแสเลือด

ทำไมอินซูลินถึงทำงานผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์

รกเป็นอวัยวะที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อให้สารอาหารผ่านจากมารดาไปเลี้ยงดูทารกในครรภ์  รกสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่ทำให้อินซูลินทำงานได้ลดลง เรียกภาวะนี้ว่า “ภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน”  ภาวะนี้จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้น  ประมาณร้อยละ 5 ของหญิงตั้งครรภ์ พบว่าระดับอินซูลินที่สูงขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ไม่เพียงพอที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่ออายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 20 ถึง 24 หญิงตั้งครรภ์กลุ่มนี้จะมีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติหรือเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แพทย์จึงแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์เมื่ออายุครรภ์ 24 ถึง 28 สัปดาห์

เบาหวานขณะตั้งครรภ์มีผลเสียต่อทารกในครรภ์อย่างไร

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะคลอดบุตรที่สุขภาพแข็งแรงปกติ ถ้าคุณแม่เหล่านั้นสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ รวมทั้งมีน้ำหนักตัวขึ้นอย่างเหมาะสม   

ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักไม่ทำให้ทารกมีโครงสร้างของร่างกายและอวัยวะต่างๆผิดปกติ  แต่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาทางสุขภาพต่อทารกได้  เช่น  ทารกตัวโตกว่าปกติ  ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการผ่าตัดคลอด  อาจเกิดปัญหาในระยะ 2 – 3 วันแรกหลังคลอด เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เสี่ยงต่อภาวะซึมและชัก  ภาวะตัวเหลือง การหายใจผิดปกติ ระดับแคลเซียมและแมกนีเซียมในเลือดต่ำ รวมทั้งตัวทารกจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นในอนาคต

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างการคลอดหรือไม่

หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ส่วนใหญ่สามารถคลอดบุตรโดยวิธีธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย โดยต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้ทารกตัวไม่โตเกินไป

2. อาจเกิดการคลอดบุตรก่อนกำหนดในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะจากภาวะครรภ์เป็นพิษ 

3. จำเป็นต้องผ่าตัดคลอด หากตัวคุณแม่เองหรือทารกเกิดความผิดปกติในระหว่างช่วงเจ็บครรภ์ หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าต้องผ่าตัด

เมื่อเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรดูแลตนเองอย่างไร

1. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะและควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

2. รับประทานอาหารที่เหมาะสมและควรได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องจากโภชนากร

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ   

4. จดบันทึกรายการอาหาร การออกกำลังกาย และระดับน้ำตาลที่เจาะในแต่ละวัน

5. ฉีดยาอินซูลินสม่ำเสมอตามแพทย์แนะนำ (ในรายที่จำเป็นต้องใช้อินซูลิน)

6. วัดความดันโลหิตเป็นระยะ มาฝากครรภ์สม่ำเสมอ

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรภายหลังคลอดบุตร

ส่วนใหญ่ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถหายได้เองภายหลังคลอด อย่างไรก็ตามคุณแม่ที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตสูงกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้เป็นถึงร้อยละ 40 ดังนั้นแนะนำให้คุณแม่ปฏิบัติดังนี้

      - ตรวจน้ำตาลโดยการเจาะเลือดตรวจหลังคุณแม่ดื่มน้ำตาล 75 กรัมอีกครั้งภายหลังคลอด 6 สัปดาห์และที่ 1 ปี หากผลปกติ  ควรตรวจซ้ำทุก 3 ปีรวมทั้งก่อนการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป  หากผลผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

      - ปรึกษาแพทย์หากมีอาการหิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลียง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

      - ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม

      - คุณแม่สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ

การเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

      - คุณแม่ที่เคยมีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มาก่อน หากตั้งครรภ์อีกครั้งจะมีความเสี่ยงเป็นซ้ำถึงร้อยละ 36

      - ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนการตั้งครรภ์ 3 เดือน เพื่อให้แพทย์วางแผนการดูแลรักษาคุณแม่อย่างเหมาะสม หากคุณแม่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง แสดงว่าอาจเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 แล้ว ทั้งนี้เพราะในช่วง 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ถ้ามีระดับน้ำตาลในเลือดของคุณแม่ที่สูงอาจมีผลต่อการสร้างและพัฒนาอวัยวะของทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น จึงควรควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติก่อนตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจึงจะเป็นผลดีต่อสุขภาพทารกในครรภ์