ร้อนนี้ระวัง!!! โรคผิวหนัง








โรคที่เกิดกับผิวหนัง มีสาเหตุต่างๆมากมายหลายประการ อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ มีการติดเชื้อก็ได้ โรคผิวหนังบางชนิดมีรอยโรคที่ผิวหนังคล้ายคลึงกันทั้งๆที่อาจมีสาเหตุที่แต่กต่างกัน และในทางตรงกันข้ามรอยโรคที่ไม่เหมือนกัน อาจจะมีสาเหตุของโรคเหมือนกันก็ได้

นอกจากนี้โรคผิวหนังที่พบในสัตว์อาจเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว หรือมีหลายๆสาเหตุรวมกัน โรคผิวหนังอาจจำแนกได้ตามสาเหตุของโรคได้ดังต่อไปนี้

1) โรคผิวหนังที่มีสาเหตุจากปรสิต
2) โรคผิวหนังที่เกิดจากแบคทีเรีย
3) โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา
4) โรคผิวหนังที่เกิดจากการแพ้แบบต่างๆ
5) โรคผิวหนังเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันผันแปร
6) โรคผิวหนังเนื่องจากระบบฮอร์โมน
7) โรคผิวหนังเนื่องจากการขาดธาตุอาหาร
8) โรคผิวหนังเนื่องจากพันธุกรรม
9) โรคเนื้องอกที่ผิวหนัง


สถิติโรคผิวหนัง ในปัจจุบัน

จากกราฟจะเห็นได้ว่า อันดับ 1 ที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในปี 2555 คือ ผิวหนังอักเสบ (Dermatitis (Eczema)) มีผู้ป่วยสูงสุดถึง 15,425 ราย และอันดับ 2 คือ สิว (Acne) มีถึง 13,721 ราย ตามลำดับความชุก 10 อันดับ ดังกราฟที่ 1


กราฟที่ 1 แสดงสถิติโรคผิวหนัง ผู้ป่วยนอก (โรคใหม่) 10 อันดับ ปี 2555



ที่มา : กราฟแสดงสถิติโรคผู้ป่วยของสถาบันโรคผิวหนัง ปี 2555 สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อ้างใน www.inderm.go.th

และเมื่อเปรียบเทียบตั้งแต่ ปี 2552-2555 จะเห็นได้ว่า ผิวหนังอักเสบ (Dermatitis (Eczema)) ในช่วงเวลา 3 ปี ที่ผ่านมายังคงมีผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่พบตามลำดับความชุก 10 อันดับ ดังกราฟที่ 2


กราฟที่ 2 แสดงสถิติโรคผิวหนัง ผู้ป่วยนอก (โรคใหม่)
ที่พบตามลำดับความชุก 10 อันดับ เปรียบเทียบ 3 ปี (2552-2555)



ที่มา : กราฟแสดงสถิติโรคผู้ป่วยของสถาบันโรคผิวหนัง ปี 2555 สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อ้างใน www.inderm.go.th


โรคผิวหนังเกิดได้จากมากมายหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย คือ

- ต่อมต่างๆของผิวหนังอุดตัน และ/หรือ ติดเชื้อ เช่น เป็นสิว
- การติดเชื้อ ซึ่งติดเชื้อได้ทั้ง แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เช่น ฝีต่างๆ กลาก เกลื้อน โรคเริม โรคงูสวัด
- จากโรคภูมิแพ้ตนเอง (ภูมิต้านตนเอง) เช่น โรคพุ่มพวง (โรคลูปัส/Lupus)
- จากโรคภูมิแพ้ เช่น ผื่นคันจากการสัมผัสขนสัตว์ หรือ เกสรดอกไม้
- จากการแพ้สารต่างๆ เช่น ผื่นจากแพ้ยา
- จากการขาดวิตามิน บางชนิด เช่น การขาดวิตามิน บี3
- จากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานบกพร่อง ผิวหนังจึงติดเชื้อได้ง่าย เช่น ในโรคเอดส์
- จากโรคของเนื้อเยื่ออ่อนของผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังแข็ง (Scleroderma) และ โรคแผลเป็นนูน
- จากผลของฮอร์โมน เช่น การขึ้นฝ้าในคนท้อง
- จากสูงอายุ (เซลล์ผิวหนังเสื่อมตามอายุ) เช่น กระผู้สูงอายุ
- ไฝ ต่างๆ
- โรคทางพันธุกรรม เช่น ปานผิวหนังชนิดต่างๆ
- จากการถูกแสงแดดจัดเรื้อรัง นอกจากเป็นปัจจัยให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมก่อนวัยแล้ว ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังด้วย


วิธีการป้องกันโรคผิวหนัง

- รักษาความสะอาดผิวหนังเสมอ โดยการใช้สบู่ที่อ่อนโยน

- ปกป้องผิวหนังจากแสงแดดเมื่อต้องโดนแดดจัด หรือ ทำงานกลางแจ้ง เช่น ใส่เสื้อแขนยาว
  ใส่หมวกปีกกว้าง และ/หรือใช้ยากันแดด

- กินอาหารมีประโยชน์ครบทั้งห้าหมู่ทุกวัน (อาหารมีประโยชน์ห้าหมู่) เพิ่มผักและผลไม้ เพื่อชะลอผิวเสื่อมก่อนวัย

- เลือกเครื่องสำอาง และเครื่องใช้ต่างๆ ชนิดที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น ครีมบำรุงผิว น้ำยาโกนหนวด รวมทั้งยาสีฟัน ว
  และทิชชูทำความสะอาด

- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด ผิวจะแห้งมาก ผิวเสื่อมได้ง่าย

- เลิกบุหรี่ ไม่สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ทำลายเซลล์ผิวหนัง และยังเป็นสาเหตุของหลอดเลือดตีบ
  ผิวหนังจึงเสื่อมง่ายจากขาดเลือด

- เรียนรู้ชีวิต ควบคุมความเครียด เพราะเป็นสาเหตุของ สิว และผิวหน้าย่นได้เร็ว

- หลีกเลี่ยงสารที่ก่ออาการแพ้ต่อผิวหนัง

- รักษา ควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคผิวหนัง

- สังเกตผิวหนังตนเองเสมอ เช่น ขณะอาบน้ำ และแต่งตัว เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ควรพบแพทย์

- การพบแพทย์มะเร็ง เมื่อผิวหนังผิดปกติไปจากเดิม และไม่ดีขึ้น ภายใน 1 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เสมอ






เรียบเรียงโดย :  ธัญญรัตน์ เกิดสุวรรณ สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
แหล่งที่มา :  - http://www.inderm.go.th

 - http://haamor.com

 - http://www.scribd.com
 




pageview  295528    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892494 www.hiso.or.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved