Follow us      
  
  

ไทยโพสต์ [ วันที่ 10/08/2560 ]
สถาบันพยาธิฯโชว์ศักยภาพตรวจมะเร็งเครื่องย้อมรู้ผล1วัน

สถาบันพยาธิวิทยาโชว์ศักยภาพตรวจชนิดมะเร็งจากชิ้นเนื้อ โดยเทคโนโลยีย้อมอิมมูโนฮีสโตเคมีด้วยเครื่องย้อมอัตโนมัติ เผยปัจจุบันสามารถตรวจได้ปีละ 7 หมื่นราย รายงานผลได้ภายใน 1 วัน
          ที่สถาบันพยาธิวิทยา นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ แถลงข่าวการให้บริการตรวจชนิดมะเร็งจากชิ้นเนื้อ โดยเทคโนโลยีย้อมอิมมูโนฮีสโตเคมีด้วยเครื่องย้อมอัตโนมัติ ว่าการเจ็บป่วยในบางคนอาจจำเป็นต้องผ่าตัดอวัยวะหรือตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา หาความผิดปกติของเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ ทั้งนี้ เนื้องอกหรือมะเร็งหลายชนิดมีความจำเป็นต้องตรวจพิเศษ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยรักษา เรียกว่า "อิมมูโนฮีสโตเคมี (Immunohistochemistry)" ซึ่งสถาบันพยาธิวิทยา กรมการแพทย์ เป็นหน่วยงานที่มีความชำนาญในการให้บริการด้านนี้
          พญ.ไพรัตน์ แสงดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันพยาธิวิทยา กล่าวว่า การตรวจชิ้นเนื้อจะมีทั้งการตรวจด้วยตาเปล่า ตรวจทางเซลล์จากเนื้อเยื่อ และตรวจย้อมพิเศษด้วยอิมมูโนฮีสโตเคมี ซึ่งเป็นการตรวจย้อมพิเศษ ใช้กรณีการตรวจชิ้นเนื้อที่มีความยาก หรือต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยให้ชัดเจน ปัจจุบันเป็นการตรวจด้วยเครื่องย้อมอัตโนมัติ มีน้ำยาในการตรวจมากกว่า 200 ชนิด สามารถตรวจได้ปีละ 5-6 หมื่นราย แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาให้สามารถรายงานผลได้ภายใน 1 วัน ส่งผลให้มีการบริการตรวจที่รวดเร็วและส่งตรวจมาที่สถาบันมากขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 7 หมื่นรายต่อปี ทั้งนี้ จะเพิ่มอัตรากำลังตรวจมากขึ้น เพื่อให้ได้รับการตรวจที่มีมาตรฐานเร็วขึ้น โดยเฉพาะมะเร็ง ให้ถูกต้องและรวดเร็ว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการตรวจทางพยาธิวิทยาในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ใน กทม. โดยต่างจังหวัดมีเพียงประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งโรงพยาบาลที่ไม่มีพยาธิแพทย์ก็จะส่งต่อมาตรวจยังสถาบันพยาธิวิทยา
          นพ.ทรงคุณ วิญญูวรรธน์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันพยาธิวิทยา กล่าวว่า การตรวจอิมมูโนฮีสโตเคมีเป็นการตรวจพิเศษที่อาศัยหลักการของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งจะมีฉลากประจำเซลล์ที่เรียกว่าแอนติเจน จะถูกนำไปฉีดในหนูเพื่อให้สร้างภูมิคุ้มกัน จากนั้นจึงนำภูมิคุ้มกันมาทำเป็นน้ำยาสำหรับตรวจเนื้อเยื่อ การจับตัวของแอนติเจนบนเซลล์มะเร็งและแอนติบอดีในน้ำยา จะทำให้เกิดปฏิกิริยา เคมีจนมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยชนิดของมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ ได้ โดยวิธีนี้มีมาตั้งแต่ปี 2539-2539 สมัยก่อนวิธีการตรวจยังไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งน้ำยายังไม่มีคุณภาพมากพอ และการย้อมต้องทำด้วยมือ จากการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ในปัจจุบันมีความทันสมัย และใช้เครื่องในการย้อมอัตโนมัติ ทำให้มีความแม่นยำสูงมาก สามารถตรวจเฉพาะเจาะจงชนิดของมะเร็งได้ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด ลำไส้ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง รวมไปถึงมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางชนิด นอกจากนี้ยังใช้ตรวจโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง คือกลุ่มโรคติดเชื้อ และกลุ่มที่มีปัญหาสะสมของอาหารบางอย่าง
          "สามารถใช้วิธีนี้ตรวจกรณีการตรวจชิ้นเนื้อหลายครั้งที่แพทย์แยกไม่ออกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน ซึ่งพยาธิแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมและไม่สิ้นเปลืองจนเกินไป อย่างไรก็ตาม การตรวจวิธีนี้จะครอบคลุมสิทธิการรักษาทั้ง 3 กองทุนคือ สวัสดิ การข้าราชการ ประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)" นพ.ทรงคุณกล่าว.

pageview  1018337    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved