Follow us      
  
  

กรุงเทพธุรกิจ [ วันที่ 19/05/2560 ]
ต่อยอด'วัคซีนเอชไอวี'สกัดแพร่เชื้อในเมืองไทย

 นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.พรรณี ปิติสุทธิธรรม หัวหน้าศูนย์วัคซีน (Vaccine Trial Center) คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล นายโรเบิร์ต โอ คอร์นเนลล์หัวหน้าแผนก ReTrovirology สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร และนายอุดม ลิขิตวรรณวุฒิ คณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชนระดับประเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าววานนี้ (18พ.ค.) ในประเด็น "วัคซีนเอชไอวี...หมากสำคัญในการป้องกัน"
          พญ.พรรณี กล่าวว่าคณะเวชศาสตร์เขตร้อน กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา ในการผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีมานาน กระทั่งเมื่อปี 2546 มีการวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 3 หรืออาร์วี 144 ในกลุ่มผู้ใหญ่ใน จ.ชลบุรี ระยองทั้งที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อจำนวน 1.6 หมื่นคน ผลคือสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ 31.2% ใน 3 ปี ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลกที่ทำให้มีความหวังว่าวัคซีนป้องกันการติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้จริง  อย่างไรก็ตามต้องให้มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิสูงกว่านี้ และยาวนานกว่านี้จึงได้มีการต่อยอดให้สามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์ โดยทำการทดลองในแอฟริกาใต้ซึ่งมีอุบัติการณ์สูง โดยใช้วัคซีนปูพื้นแอด 26 และกระตุ้นด้วยสารสังเคราะห์เลียนแบบเปลือกโปรตีนจีพี 140 ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 จึงยังไม่ทราบผล
          "ส่วนที่ต่อยอดในเมืองไทยในโครงการ อาร์วี 306 เพื่อหาวัคซีนป้องกันเชื้อเอชไอวี สายพันธุ์อี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีการระบาดมากในเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 360 คน และหาความแตกต่างของการฉีดวัคซีนกระตุ้นที่หลังจาก 12,15 หรือ 18 เดือน หลังเข็มแรก พบว่าการฉีดกระตุ้นห่างกัน 15 เดือนทำให้ภูมิคุ้มกันในเลือดและสารคัดหลั่งสูงกว่า ช่วงอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าปีนี้หรือปีหน้าจะเห็นความคืบหน้า"
          นพ.สมาน กล่าวว่าข้อมูลของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) พบว่าในปี 2558 ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีสะสม 36.7 ล้านคน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2.1 ล้านคน  และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 1.1 ล้านคน
          ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยพบว่ามีข่าวดีที่สามารถลดอัตราการติดเชื้อ รายใหม่ในปี 2559 ลงเหลือแค่ 6,304 คนแต่ข่าวร้ายคือผลกระทบยังสูง โดยเฉลี่ย ใน 1 ชั่วโมงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 คน เสียชีวิต 2 คน และเสียชีวิตปีละ 1.5 หมื่นคน และแม้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง แต่ก็เป็นอัตราที่ชะลอตัว แสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ดำเนินการอยู่อาจจะต้องเพิ่มอะไรเข้าไปด้วย และต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น
          "ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พบว่าเป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 53% คู่สามี-ภรรยาที่มีคนหนึ่งติดเชื้อและนำติดต่อสู่คู่ของตนสูงเกือบ 30% ส่วนกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศซึ่งอดีตเป็นกลุ่มที่มีปัญหามากนั้น ตอนนี้พบว่ามีไม่ถึง 10% และอีกประมาณ 5% เป็น ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน ซึ่งกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป 5 เท่า" นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกันมีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วเกือบ 20% มากกว่าประชากรทั่วไป 20 เท่า จึงต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่อย่างเข้มข้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการติดเชื้อรายใหม่ไม่เกิน 1 พันคนต่อปี ภายในปี 2579  ซึ่งมีหลายวิธีการและการวิจัย เกี่ยวกับวัคซีนก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่สำคัญ" นพ.สมาน กล่าว

pageview  893864    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved