Follow us      
  
  

ประชาชาติธุรกิจ [ วันที่ 18/05/2560 ]
โครงการทำดีเพื่อพ่ออบรมผู้นำโรงพยาบาล-บริการประชาชน

   ทำเงียบ ๆ มาระยะหนึ่งแล้ว และใกล้จะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนนี้แล้ว สำหรับ "โครงการทำดีเพื่อพ่อ" หลักสูตรพัฒนาความเข้มแข็งผู้บริหารโรงพยาบาลฉบับบูรณาการ (Strong Thailnad Healthcare Leadership Development Project) ที่ริเริ่มโดย นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ วิทยากร สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมการบริหารโรงพยาบาล (HMTDI) มูลนิธิพงศ์ศักดิ์วิทยากร ที่ร่วมกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ที่ได้เริ่มคิกออฟโครงการมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
          นายแพทย์พงศ์ศักดิ์ วิทยากร หนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่พลิกผันตัวเองออกมาตั้งสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมการบริหารโรงพยาบาล (HMTDI) เล่าถึงที่มาของโครงการทำดีเพื่อพ่อว่า "เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมปีที่ผ่านมา ช่วงที่ประชาชนคนไทยทุกคนกำลังโศกเศร้ากันอยู่ จากการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ผมเองก็เศร้า ขณะเดียวกันก็ได้เห็นการร่วมแรงร่วมใจของคนไทย ทั้งเก็บขยะ ย้อมผ้า ฯลฯ ทุกคนทำด้วยใจ ทุกคนทำความดีเพื่อพ่อ"
          "ผมก็มานั่งคิดว่า จะทำอะไรเพื่อเป็นการตอบแทนพระองค์ท่านดี และคิดว่าหากจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่างก็ควรจะเป็นเรื่องของเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะการทำเพื่อประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ห่างไกล ประชาชนระดับล่าง"
          นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ย้ำว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงตระหนักถึงความสำคัญของงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยจะเห็นได้จากกระแสพระราชดำรัสหลาย ๆ ครั้งว่า
          "...การแพทย์และการสาธารณสุขเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ไม่มีประเทศใดในโลกจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากประชาชนในประเทศนั้น ๆ ยังมีสุขภาพพลานามัยไม่ดีพอ"
          "...คนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติก็คือ ทรัพยากรบุคคลหรือพลเมืองนั่นเอง"
          "...การที่คนอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้"
          พระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้น เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์มีสุขภาพดีถ้วนหน้า นอกจากนี้พระองค์ยังได้พระราชทานทรัพย์และทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของปวงชนชาวไทยตลอดมา ส่งผลให้การแพทย์และการสาธารณสุขของไทยเจริญพัฒนาสู่แนวหน้าระดับโลกได้อย่างปัจจุบัน
          "ผมถนัดเรื่องการบริหารโรงพยาบาล ผมก็จะทำสิ่งที่ผมมีความถนัด อย่างอื่นผมทำไม่เป็น ประกอบกับผมและ ดร.สาธิต วิทยากร เพิ่งตั้งสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมการบริหารโรงพยาบาลขึ้นมาใหม่ ๆ จึงทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ทำโครงการทำดีเพื่อพ่อขึ้นมา"
          พร้อมกันนี้ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ยังกล่าวถึงรายละเอียดของโครงการนี้ว่า ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข ขอให้คัดเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลในชนบทที่อยู่ห่างไกล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในระดับชุมชนให้เข้ามารับการอบรมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รุ่นละ 30 คน จำนวน 9 รุ่น รวม 270 คน จากทั่วประเทศ อบรมรุ่นละ 5 วัน
          เนื่องจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนและทำให้เกิดการพัฒนาการบริการสุขภาพและสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้
          ในแง่ของหลักสูตรที่จัดอบรมให้ มีทั้งเรื่องการตลาด การเงิน ภาวะการเป็นผู้นำ ความรู้เรื่องไอที ภาวะเศรษฐกิจไทย ภาวะเศรษฐกิจโลก ฯลฯ แต่ละเรื่องแต่ละหัวข้อจะมีวิทยากรที่มีประสบการณ์และเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน มาบรรยายให้ความรู้ และทุกคนที่มาสอน มาบรรยายก็ไม่คิดค่าตัว ทุกคนต้องการมีส่วนร่วมในการทำความดีเพื่อพ่อ
          อาทิ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อดีตอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มร.จอห์น ลีโคโซ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลสมิติเวช นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.ดร.สมชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และประธานมูลนิธิสถาบันพัฒนาสยาม, ผศ.นพ.สมชาย พัฒนอเนก อดีตผู้บริหารโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา เป็นต้น
          การอบรมตามหลักสูตรนี้จะเน้นให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ตรงของผู้บริหารโรงพยาบาล นอกจากนี้ก็จะสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพ วิสัยทัศน์ของผู้นำ/ผู้บริหารโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี และจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นไป
          การที่เราสามารถนำผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาอบรมมาเรียนรุ่นละ 30 คน ทำให้มีโอกาสที่หมอเหล่านี้จะได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แชร์ประสบการณ์ มีการแลกเปลี่ยนในเรื่องของปัญหา ทางออก ทางแก้ไขซึ่งกันและกัน
          หลังจากที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกคนที่จบหลักสูตรไป เขาก็จะได้นำความรู้ที่ได้อบรมร่ำเรียนเพิ่มเติมมากลับไปพัฒนาโรงพยาบาลของเขา จะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนา รพ.ให้ดีขึ้น เพื่อที่ว่าคนไข้ ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่ดีขึ้น
          เป็นการ "ปิดทองหลังพระ" อีกรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นการเดินตามรอยพระราชปณิธาน "พ่อของแผ่นดิน"

pageview  926806    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved